ufabet

premium

คู่มือแทงบอลแฮนดิแคป เข้าใจกติกาและราคาต่อรองก่อนเดิมพัน

คู่มือแทงบอลแฮนดิแคปเหมาะสำหรับนักเดิมพันที่ต้องการเตรียมความพร้อมก่อนวางเดิมพัน โดยสิ่งสำคัญคือการเข้าใจกติกาที่ใช้ตัดสินบิลควบคู่กับราคาต่อรองที่กำหนดไว้สำหรับคู่แข่งขัน  เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อเงื่อนไขของการเดิมพันโดยตรง การตรวจข้อมูลและเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนแทงบอลจึงลดความสับสนจากการตีความราคา และทำให้นักเดิมพันตัดสินใจได้จากข้อมูลที่ตรงกับการเดิมพันที่กำลังเลือก  

แทงบอลแฮนดิแคป

แทงบอลแฮนดิแคปคืออะไร

แทงบอลแฮนดิแคป (Handicap) คือ การแทงบอลที่กำหนดแต้มต่อให้กับการแข่งขัน แล้วนำแต้มต่อนั้นมาคิดร่วมกับผลสกอร์จริงเพื่อใช้ตัดสินผลเดิมพัน จึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่าทีมใดชนะ แพ้ หรือเสมอจากผลการแข่งขันเท่านั้น แต่มีเงื่อนไขของแต้มต่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลด้วย

 

แฮนดิแคปถูกนำมาใช้ในการเดิมพันฟุตบอลเพื่อสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมให้กับคู่แข่งขัน โดยเฉพาะเกมที่ทั้งสองทีมมีระดับความได้เปรียบแตกต่างกัน การมีแต้มต่อทำให้การตัดสินผลเดิมพันต้องพิจารณาทั้งสกอร์จริงและเงื่อนไขของแต้มต่อที่กำหนดไว้ โดยรายละเอียดของแต้มต่อจะแตกต่างกันตามราคาที่เปิดในแต่ละคู่

แทงบอลแฮนดิแคป

แฮนดิแคปแตกต่างจาก 1X2 อย่างไร

การเดิมพันแฮนดิแคปและ 1X2 ใช้ผลการแข่งขันฟุตบอลเป็นพื้นฐานในการตัดสินเหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขต่างกัน โดยแฮนดิแคปนำแต้มต่อที่กำหนดไว้มาใช้ร่วมกับผลการแข่งขัน ส่วน 1X2 ตัดสินจากผลการแข่งขันตามสามตัวเลือก ได้แก่ เจ้าบ้านชนะ เสมอ หรือทีมเยือนชนะ

 

ข้อเปรียบเทียบ

แฮนดิแคป

1X2

วิธีตัดสินผล

ใช้ผลการแข่งขันร่วมกับแต้มต่อที่กำหนด

ใช้ผลชนะ เสมอ หรือแพ้ของการแข่งขัน

จำนวนตัวเลือก

โดยทั่วไปเลือกเดิมพันระหว่างสองฝั่งของคู่แข่งขัน

มี 3 ตัวเลือก คือ เจ้าบ้านชนะ เสมอ และทีมเยือนชนะ

การใช้ราคาต่อรอง

มีแต้มต่อเป็นเงื่อนไขประกอบกับอัตราจ่ายของแต่ละฝั่ง

แต่ละตัวเลือกมีอัตราต่อรองของตัวเองโดยไม่มีแต้มต่อเข้ามาปรับผลการแข่งขัน

ดังนั้น ความแตกต่างหลักอยู่ที่เงื่อนไขในการตัดสินผลและรูปแบบของราคาต่อรอง แฮนดิแคปมีแต้มต่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับผลเดิมพัน ขณะที่ 1X2 แยกตัวเลือกตามผลการแข่งขันโดยตรง ทั้งสองรูปแบบจึงมีลักษณะการใช้งานต่างกัน แม้จะอ้างอิงการแข่งขันฟุตบอลคู่เดียวกันก็ตาม

ทีมต่อและทีมรองคืออะไร

ทีมต่อ คือ ฝั่งที่เป็นฝ่ายให้แต้มต่อ ส่วนทีมรอง คือ ฝั่งที่ได้รับแต้มต่อ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแทงบอลแบบแฮนดิแคป การแบ่งสองฝั่งนี้ไม่ได้หมายความว่าผลเดิมพันจะตัดสินจากผลแพ้ชนะของการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องนำแต้มต่อที่กำหนดไว้มาใช้ประกอบการตัดสินด้วย

 

ในการสังเกตว่าฝั่งใดเป็นทีมต่อหรือทีมรอง สามารถดูได้จากราคาแฮนดิแคปที่กำกับอยู่กับคู่แข่งขัน โดยฝั่งที่ให้แต้มเป็นทีมต่อ และฝั่งที่รับแต้มเป็นทีมรอง แต้มต่อจึงทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไขว่าผลการแข่งขันของแต่ละฝั่งจะสัมพันธ์กับผลพนันบอลอย่างไร โดยยังไม่ต้องลงรายละเอียดการคำนวณของราคาแต่ละระดับ

ทำไมจึงต้องมีราคาแฮนดิแคป

การแข่งขันฟุตบอลแต่ละคู่ไม่ได้มีสองทีมที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันเสมอไป หาก แทงบอล โดยพิจารณาเฉพาะผลแพ้ชนะ ความแตกต่างระหว่างสองทีมย่อมมีผลต่อเงื่อนไขเดิมพัน จึงมีการกำหนดราคาแฮนดิแคปเพื่อสร้างเงื่อนไขการเดิมพันเพิ่มเติม โดยฝั่งที่ถูกประเมินว่าได้เปรียบจะเป็นฝ่ายให้แต้มต่อ ขณะที่อีกฝั่งได้รับแต้มต่อ

 

ก่อนนำแต้มดังกล่าวมาคิดร่วมกับผลการแข่งขันเพื่อตัดสินผลเดิมพัน แต้มต่อจึงทำให้การเดิมพันไม่ได้ตัดสินจากการเลือกทีมที่คาดว่าจะชนะการแข่งขันเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าผลต่างของสกอร์จะผ่านเงื่อนไขที่กำหนดให้กับทีมต่อหรือทีมรองหรือไม่

ราคาแฮนดิแคปกำหนดจากอะไร

ระดับแต้มต่อของราคาแฮนดิแคปกำหนดจากการประเมินความแตกต่างระหว่างคู่แข่งขัน โดยพิจารณาข้อมูลที่สะท้อนความได้เปรียบและความพร้อมของแต่ละทีม เช่น ศักยภาพโดยรวม ฟอร์มล่าสุด ผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน การเล่นในบ้านหรือนอกบ้าน รวมถึงสภาพสนามและสภาพอากาศ

 

หลังจากเปิดราคาแล้ว ราคาแฮนดิแคปสามารถเปลี่ยนแปลงก่อนการแข่งขันได้ตามข้อมูลใหม่และความเคลื่อนไหวของตลาด เช่น การยืนยันรายชื่อผู้เล่น การเปลี่ยนแปลงด้านความพร้อมของทีม หรือข้อมูลที่ส่งผลต่อการประเมินคู่แข่งขัน ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้แต้มต่อขยับจากราคาเปิด ส่งผลให้ราคาแฮนดิแคปปัจจุบันของคู่เดียวกันแตกต่างจากช่วงเปิดตลาด

ประเภทของแฮนดิแคป

แฮนดิแคปในพนันบอลแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เอเชียนแฮนดิแคป (Asian Handicap) และยูโรเปียนแฮนดิแคป (European Handicap) ทั้งสองแบบใช้แต้มต่อเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขเดิมพัน แต่ต่างกันในเรื่องจำนวนตัวเลือกและวิธีตัดสินผลหลังนำแต้มต่อมารวมกับสกอร์การแข่งขัน

 

เอเชียนแฮนดิแคปมีสองฝั่งให้เลือกเดิมพัน โดยใช้แต้มต่อกำหนดเงื่อนไขระหว่างสองทีม ผลเดิมพันจึงอาจเกิดได้ทั้งชนะ เสีย คืนทุน รวมถึงได้ครึ่งหรือเสียครึ่งในราคาบางระดับ ส่วนยูโรเปียนแฮนดิแคปมีสามตัวเลือก ได้แก่ เจ้าบ้าน เสมอ และทีมเยือน โดยนำแต้มต่อมาปรับกับผลการแข่งขันก่อนตัดสินว่าตัวเลือกใดเป็นฝ่ายชนะ

 

ข้อเปรียบเทียบ

เอเชียนแฮนดิแคป

ยูโรเปียนแฮนดิแคป

จำนวนตัวเลือก

2 ฝั่ง

3 ตัวเลือก

ตัวเลือกเดิมพัน

สองฝั่งของคู่แข่งขัน

เจ้าบ้าน / เสมอ / ทีมเยือน

การตัดสินผล

นำแต้มต่อมาคิดร่วมกับสกอร์จริง

ปรับสกอร์ด้วยแต้มต่อแล้วตัดสินหนึ่งในสามตัวเลือก

ลักษณะการเดิมพัน

มีผลคืนทุน และบางราคามีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง

มีตัวเลือกเสมอหลังปรับแต้มต่อเป็นส่วนหนึ่งของการเดิมพัน

วิธีอ่านราคาแฮนดิแคป

วิธีอ่านราคาแฮนดิแคปต้องเริ่มจากตรวจว่าฝั่งใดเป็นทีมต่อ ฝั่งใดเป็นทีมรอง และมีแต้มต่ออยู่ที่ระดับใด โดยตัวเลขอย่าง 0, 0.5, 1 หรือ 1.5 เป็นราคาเต็มที่ใช้แต้มต่อระดับเดียวในการตัดสินผล ส่วน 0.25, 0.75, 1.25 และ 1.75 เป็นราคาควบที่แบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนแล้วนำไปคิดกับแต้มต่อสองระดับ ตัวเลขแต่ละช่วงจึงให้เงื่อนไขชนะเต็ม คืนทุน ได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือเสียเต็มแตกต่างกัน 

 

นักเดิมพันควรอ่านทั้งฝั่งเดิมพันและระดับแต้มต่อควบคู่กันก่อนพิจารณาผลของราคาแต่ละแบบ นอกจากนี้ ควรแยกตัวเลขแต้มต่อออกจากอัตราจ่ายที่แสดงในบิล เพราะแต้มต่อใช้กำหนดเงื่อนไขในการตัดสินผลเดิมพัน ส่วนอัตราจ่ายใช้กำหนดผลตอบแทนของการเดิมพัน ตัวเลขทั้งสองส่วนจึงมีหน้าที่ต่างกันและควรตรวจสอบแยกจากกัน

ราคา 0 หรือเสมอ

ราคา 0 หรือเสมอ เป็นแฮนดิแคปที่ไม่มีฝั่งใดได้หรือเสียแต้มต่อ หากแทงบอลฝั่งที่ชนะการแข่งขันจะชนะเดิมพัน หากฝั่งที่เลือกแพ้จะเสียเดิมพัน และหากจบเสมอจะคืนเงินเดิมพัน เช่น เลือกทีม A ราคา 0 หากผลจบ 2-1 จะชนะเต็ม แต่ถ้าจบ 1-2 จะแพ้เต็ม และถ้าจบ 1-1 จะคืนทุน

ราคา 0.25 หรือปป

ราคา 0.25 หรือที่เรียกว่า ปป เป็นราคาควบระหว่าง 0 กับ 0.5 เงินที่ใช้แทงบอลจึงถูกแบ่งครึ่งไปยังสองราคานี้ หากเลือกทีมต่อ ผลชนะจะได้เต็ม ผลเสมอเสียครึ่ง และผลแพ้เสียเต็ม ขณะที่ทีมรองจะได้เต็มเมื่อชนะ ได้ครึ่งเมื่อเสมอ และเสียเต็มเมื่อแพ้ ตัวอย่างเช่น เดิมพันทีมต่อ 0.25 จำนวน 1,000 บาท จะถูกแบ่งเป็นราคา 0 และ 0.5 อย่างละ 500 บาท หากจบเสมอ เงินส่วนราคา 0 ได้คืน 500 บาท แต่อีก 500 บาทที่ราคา 0.5 เสียเดิมพัน จึงเป็นผลเสียครึ่ง

ราคา 0.5

ราคา 0.5 หรือครึ่งลูก เป็นแต้มต่อที่ตัดผลเสมอออกจากการเดิมพัน ฝั่งต่อจึงต้องชนะการแข่งขันจึงจะชนะเดิมพัน หากเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม ส่วนฝั่งรองสามารถชนะเดิมพันได้เมื่อชนะหรือเสมอ และจะเสียเมื่อแพ้ เช่น แทงบอลทีม A ต่อ 0.5 หากจบ 1-0 ทีม A ชนะเดิมพัน แต่หากจบ 1-1 ฝั่งต่อเสียเดิมพันและฝั่งรองเป็นฝ่ายชนะ

ราคา 0.75

ราคา 0.75 หรือครึ่งควบลูก เป็นราคาควบระหว่าง 0.5 กับ 1 จึงแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน เช่น แทงบอลทีม A ต่อ 0.75 จำนวน 1,000 บาท เงินจะอยู่ที่ราคา 0.5 และ 1 อย่างละ 500 บาท หากทีม A ชนะ 1 ลูก ส่วนราคา 0.5 ชนะเต็ม ส่วนราคา 1 คืนทุน จึงเป็นผลได้ครึ่ง แต่ถ้าชนะตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไปจะได้เต็ม ขณะที่ผลเสมอหรือแพ้ทำให้เสียเต็ม สำหรับทีมรอง หากแพ้ 1 ลูกจะเสียครึ่ง แต่หากเสมอหรือชนะจะได้เต็ม

ราคา 1

ราคา 1 หรือหนึ่งลูก หมายถึงฝั่งต่อมีแต้มต่อ 1 ประตู หากแทงบอลทีมต่อ ต้องชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปจึงชนะเต็ม แต่ถ้าชนะเพียง 1 ประตูจะคืนทุน และหากเสมอหรือแพ้จะเสียเดิมพัน เช่น เลือกทีม A ต่อ 1 หากจบ 3-1 จะชนะเต็ม แต่ถ้าจบ 2-1 จะคืนทุน ส่วนผล 1-1 ทำให้เสียเดิมพัน สำหรับฝั่งรอง หากแพ้ 1 ประตูจะคืนทุน และหากเสมอหรือชนะจะชนะเดิมพัน 

ราคา 1.25 ขึ้นไป

ราคาแฮนดิแคปตั้งแต่ 1.25 ขึ้นไปมีทั้งราคาควบและราคาเต็ม ความแตกต่างสำคัญคือราคาควบจะแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนเพื่อคิดผลกับแต้มต่อสองระดับ ส่วนราคาเต็มใช้แต้มต่อระดับเดียวในการตัดสินบิล

 

  • ราคา 1.25 หรือลูกควบลูกครึ่ง แบ่งเงินเดิมพันระหว่างราคา 1 และ 1.5 หากแทงบอลทีมต่อแล้วชนะ 1 ลูก ส่วนราคา 1 คืนทุน แต่อีกส่วนที่ราคา 1.5 เสีย จึงเป็นผลเสียครึ่ง หากชนะตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไปจะได้เต็ม ส่วนทีมรองหากแพ้เพียง 1 ลูกจะได้ครึ่ง
  • ราคา 1.5 หรือลูกครึ่ง ไม่มีการแบ่งเงินเดิมพัน ทีมต่อต้องชนะตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เต็ม หากชนะเพียง 1 ลูก เสมอ หรือแพ้จะเสียเต็ม ส่วนทีมรองชนะเดิมพันเมื่อแพ้ไม่เกิน 1 ลูก เสมอ หรือชนะการแข่งขัน
  • ราคา 1.75 หรือลูกครึ่งควบสอง แบ่งเงินเดิมพันระหว่างราคา 1.5 และ 2 หากทีมต่อชนะ 2 ลูก ส่วนราคา 1.5 ชนะและราคา 2 คืนทุน จึงได้ครึ่ง หากชนะตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไปจะได้เต็ม ส่วนทีมรองหากแพ้ 2 ลูกจะเสียครึ่ง
  • ราคา 2.0 หรือสองลูก เป็นราคาเต็ม ทีมต่อชนะมากกว่า 2 ลูกจึงได้เต็ม หากชนะพอดี 2 ลูกจะคืนทุน และหากชนะไม่ถึง 2 ลูกจะเสียเดิมพัน ส่วนทีมรองแพ้ 2 ลูกจะคืนทุน และหากแพ้น้อยกว่า 2 ลูก เสมอ หรือชนะจะชนะเดิมพัน
 

เมื่อนำมาแยกตามลักษณะของราคา 1.25 และ 1.75 เป็นราคาควบที่แบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วน ส่วน 1.5 เป็นราคาลูกครึ่งที่ตัดสินผลเต็มจำนวน และ 2.0 เป็นราคาสองลูกที่มีโอกาสคืนทุนเมื่อผลต่างของสกอร์เท่ากับแต้มต่อ 

วิธีคิดผลเดิมพันแฮนดิแคป

หลังการแข่งขันจบ ให้ตรวจสกอร์จริงและราคาแฮนดิแคปของฝั่งที่เลือกแทงบอล จากนั้นนำแต้มต่อมาคิดกับผลการแข่งขันเพื่อดูว่าบิลเป็นชนะเต็ม เสียเต็ม คืนทุน ได้ครึ่ง หรือเสียครึ่ง

 

ชนะเต็ม เสียเต็ม และคืนทุน
ชนะเต็มเกิดขึ้นเมื่อผลการแข่งขันหลังนำแต้มต่อมาคิดแล้วยังผ่านเงื่อนไขของฝั่งที่เลือก ส่วนเสียเต็มเกิดเมื่อผลไม่ผ่านเงื่อนไข และคืนทุนเกิดเมื่อสกอร์หลังนำแต้มต่อมาคำนวณแล้วทำให้ผลเดิมพันเสมอกัน เช่น แทงบอลทีม A ต่อ 1 แล้วทีม A ชนะ 3-1 จะเป็นชนะเต็ม หากชนะ 2-1 จะคืนทุน แต่หากจบ 1-1 จะเสียเต็ม 

 

ได้ครึ่งและเสียครึ่ง
ได้ครึ่งและเสียครึ่งเกิดขึ้นกับราคาควบ เนื่องจากเงินเดิมพันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเพื่อตัดสินผลกับแต้มต่อสองระดับ หากส่วนหนึ่งชนะและอีกส่วนคืนทุน ผลรวมจะเป็นได้ครึ่ง แต่หากส่วนหนึ่งเสียและอีกส่วนคืนทุนจะเป็นเสียครึ่ง เช่น เดิมพันทีม A ต่อ 1.25 จำนวน 1,000 บาท เงินจะถูกแบ่งไปที่ราคา 1 และ 1.5 อย่างละ 500 บาท หากทีม A ชนะ 1 ประตู ส่วนราคา 1 คืนทุน ขณะที่ส่วนราคา 1.5 เสียเดิมพัน ผลของบิลจึงเป็นเสียครึ่ง 

 

ราคา

ผลการแข่งขันของทีมต่อ

ผลเดิมพัน

0

ชนะ / เสมอ / แพ้

ชนะเต็ม / คืนทุน / เสียเต็ม

0.25

ชนะ / เสมอ / แพ้

ชนะเต็ม / เสียครึ่ง / เสียเต็ม

0.5

ชนะ / เสมอหรือแพ้

ชนะเต็ม / เสียเต็ม

0.75

ชนะ 2 ลูกขึ้นไป / ชนะ 1 ลูก / เสมอหรือแพ้

ชนะเต็ม / ได้ครึ่ง / เสียเต็ม

1

ชนะ 2 ลูกขึ้นไป / ชนะ 1 ลูก / เสมอหรือแพ้

ชนะเต็ม / คืนทุน / เสียเต็ม

1.25

ชนะ 2 ลูกขึ้นไป / ชนะ 1 ลูก / เสมอหรือแพ้

ชนะเต็ม / เสียครึ่ง / เสียเต็ม

1.5

ชนะ 2 ลูกขึ้นไป / ชนะไม่ถึง 2 ลูก

ชนะเต็ม / เสียเต็ม

1.75

ชนะ 3 ลูกขึ้นไป / ชนะ 2 ลูก / ชนะไม่ถึง 2 ลูก

ชนะเต็ม / ได้ครึ่ง / เสียเต็ม

2.0

ชนะ 3 ลูกขึ้นไป / ชนะ 2 ลูก / ชนะไม่ถึง 2 ลูก

ชนะเต็ม / คืนทุน / เสียเต็ม

วิธีแทงบอลแฮนดิแคป

การแทงบอลแฮนดิแคปมีลำดับตั้งแต่เลือกคู่แข่งขันไปจนถึงยืนยันบิล โดยควรตรวจสอบรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนให้ตรงกับการเดิมพันที่ต้องการ

 

  1. เลือกคู่แข่งขัน เลือกแมตช์ฟุตบอลที่ต้องการแทงบอล
  2. เปิดตัวเลือกแฮนดิแคป เข้าไปยังรายการเดิมพันของคู่ดังกล่าวแล้วเลือกแฮนดิแคป 
  3. ตรวจสอบทีมต่อ ทีมรอง และราคา เช็กข้อมูลที่แสดงให้ตรงกับตลาดที่ต้องการ
  4. เลือกฝั่งเดิมพัน เลือกทีมต่อหรือทีมรองที่ต้องการวางพนันบอล
  5. ระบุจำนวนเงิน กรอกยอดเงินเดิมพันลงในบิล
  6. ตรวจสอบบิลก่อนยืนยัน ตรวจคู่แข่งขัน ฝั่งที่เลือก ราคา และจำนวนเงินให้ถูกต้องก่อนยืนยันเดิมพัน

ข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนแทงบอลแฮนดิแคป

ก่อนแทงบอลแฮนดิแคป ควรตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคู่แข่งขันให้ครบ เพราะแต่ละด้านช่วยให้เห็นสถานการณ์ของเกมในมุมที่ต่างกัน และใช้ประกอบการตัดสินใจได้โดยไม่อาศัยข้อมูลเพียงด้านเดียว

 

  • ฟอร์มการเล่น ช่วยให้เห็นผลงานของทีมในช่วงล่าสุดและความต่อเนื่องในการแข่งขัน
  • สถิติการแข่งขัน แสดงข้อมูลผลงานที่ผ่านมา เช่น การทำประตู การเสียประตู และผลการแข่งขันในแต่ละนัด
  • ข่าวทีม ช่วยตรวจสอบความพร้อมของนักฟุตบอล การบาดเจ็บ การติดโทษแบน หรือการเปลี่ยนแปลงรายชื่อก่อนแข่ง
  • สถิติการพบกัน แสดงผลงานเมื่อทั้งสองทีมเคยเจอกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
  • ความเคลื่อนไหวของราคา เปรียบเทียบราคาเปิดหรือราคาก่อนหน้ากับราคาปัจจุบัน เพื่อดูว่าแต้มต่อมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
  • ราคาแฮนดิแคปปัจจุบัน ตรวจสอบฝั่งทีมต่อ ทีมรอง และระดับแต้มต่อที่แสดงอยู่ ณ เวลาที่จะเดิมพัน เพื่อให้เงื่อนไขตรงกับบิลที่กำลังจะเลือก 

วิธีเลือกทีมต่อหรือทีมรองในการเดิมพันแฮนดิแคป

การเลือกทีมต่อหรือทีมรองควรเริ่มจากตีความว่าแต้มต่อกำหนดเงื่อนไขให้แต่ละฝั่งต้องทำผลงานระดับใด ไม่ใช่ตัดสินจากโอกาสชนะการแข่งขันเพียงอย่างเดียว ราคาที่สูงขึ้นหมายถึงฝั่งต่อต้องสร้างผลต่างของสกอร์ให้ผ่านแต้มต่อ จึงควรตรวจว่าราคาที่เปิดสูงเกินกว่าระยะห่างของสกอร์ที่คาดไว้หรือไม่ และต้องชนะกี่ประตูจึงได้ผลเดิมพันตามที่ต้องการ

 

สำหรับทีมรอง ให้พิจารณาเงื่อนไขในทางกลับกันว่าฝั่งรองต้องรักษาผลต่างของสกอร์ไว้ระดับใดจึงยังผ่านแต้มต่อ บางราคาไม่จำเป็นต้องชนะการแข่งขัน แต่การแพ้ไม่เกินจำนวนประตูที่กำหนดก็อาจให้ผลเดิมพันต่างจากการเลือกทีมต่อ ดังนั้น การเลือกสองฝั่งจึงควรเทียบแต้มต่อกับผลต่างของสกอร์ที่แต่ละฝั่งต้องทำให้ได้ก่อนตัดสินใจเดิมพัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแทงบอลแฮนดิแคป

ข้อผิดพลาดในการแทงบอลแฮนดิแคปมักเกิดจากการตีความราคาไม่ตรงกับเงื่อนไขจริง หรือข้ามการตรวจสอบข้อมูลก่อนยืนยันเดิมพัน ซึ่งอาจทำให้ผลของบิลแตกต่างจากที่นักเดิมพันคาดไว้ จุดที่ควรระวังมีดังนี้

 

  • อ่านราคาแฮนดิแคปผิด ทำให้เข้าใจจำนวนแต้มที่ทีมต่อให้หรือทีมรองได้รับไม่ตรงกับราคาที่เลือก
  • สับสนระหว่างราคาเต็มกับราคาควบ โดยเฉพาะ 0.25, 0.75, 1.25 และ 1.75 ที่เงินเดิมพันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนและอาจเกิดผลได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง
  • คิดผลเดิมพันผิด เช่น ตีความชนะเต็ม คืนทุน ได้ครึ่ง หรือเสียครึ่งไม่ตรงกับเงื่อนไขของราคาแฮนดิแคป
  • ดูเฉพาะผลแพ้ชนะของการแข่งขัน โดยไม่ได้ตรวจว่าผลต่างของสกอร์ผ่านเงื่อนไขแต้มต่อที่เลือกไว้หรือไม่
  • สับสนระหว่างแต้มต่อกับอัตราจ่าย ทำให้ตีความตัวเลขสองส่วนนี้เป็นเงื่อนไขเดียวกัน ทั้งที่มีหน้าที่ต่างกันในบิลเดิมพัน
  • ไม่ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนยืนยันบิล เช่น ราคาแฮนดิแคปมีการเปลี่ยนจากตอนที่ตรวจครั้งแรก ทำให้เงื่อนไขเดิมพันปัจจุบันไม่ตรงกับข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจก่อนหน้า
  • ไม่ตรวจสอบรายละเอียดในบิล ควรเช็กคู่แข่งขัน ฝั่งเดิมพัน ราคา และจำนวนเงินที่แสดงให้ตรงกับรายการที่ต้องการก่อนกดยืนยัน